Game Update: รีวิวเกมส์ Need for Speed ProStreet

 

รีวิวเกมส์ Need for Speed ProStreet
Format: PC, PS3, X360, Wii
Genre: Racing
Developer: Black Box
Publisher: Electronic Arts
Distributor: N/A

 

รีวิวเกมส์ Need for Speed ProStreet นีดฟอร์สปีดโฉมใหม่



Need for Speed ProStreet ได้เปลี่ยนเนื้อหาของเกมไปอย่างสิ้นเชิง ภาคนี้ได้นำเสนอเรื่องการแข่งขันแบบประเภทถูกกฏหมายและจัดการแข่งขันประเภทงานแข่งเชิงวัยรุ่น ต่างจากภาคก่อนๆที่มีเนื้อหาท้าทายกับอำนาจรัฐโดยขับรถแข่งบนถนนทางหลวงและตัวเมืองในยามค่ำคืนและหลบหนีจากจับกุมจากตำรวจอย่างว่าเล่น ผู้เล่นจะรับบทเป็น Ryan Cooper นักแข่งมือใหม่เพื่อประชันกับนักแข่งมืออาชีพเพื่อไต่เต้าไปยังจุดสูงสุดของชีวิต และเดินสายแข่งรถทั่วประเทศ



ประเภทการแข่งใน Need for Speed ProStreet มีอยู่หลายโหมด แต่ส่วนมากอาจพบเห็นได้จากภาคอื่นๆหรือเกมอื่นๆ เพียงแต่ดัดแปลงเป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความน่าสนใจ เช่น ประชันความเร็วในการออกตัว, แข่งเข้าที่ 1, ทำลายสถิติการเข้า Checkpoint, ทำเวลาให้เร็วที่สุดใน 1 รอบ การเข้าโค้งเก็บคะแนน (Drift) เป็นต้น ที่น่าสนใจคือผู้เล่นสามารถเลือกรถยนต์ที่ต้องการมาใช้การแข่งขันเฉพาะ ยกตัวอย่างถ้าซื้อรถยนต์มาคันหนึ่ง ผู้เล่นต้องตัดสินใจว่ารถคันนี้อยากให้แข่งประเภทใด ต่างจากภาคอื่นๆที่นำรถเพียง 1 คันก็สามารถแข่งได้ทุกโหมด ขณะที่ตกแต่งหรือจูนเครื่องให้รถยนต์สามารถนำพิมพ์เขียวที่ออกแบบทั้งหมดแจกจ่ายหรือแลกเปลี่ยนสำหรับผู้เล่นคนอื่นๆผ่านทางออนไลน์ เห็นได้ชัดเลยว่ามีการวางเป็นแบบแผนมากขึ้น รวมถึงการตกแต่งรถยนต์ที่มีลายให้เลือกมากมายและมีอิสระการจัดวางมากขึ้น ด้านการจูนเครื่องมีทั้งแบบซื้อยกชุดและปลีกย่อย เหมาะสำหรับคนใจร้อนกับมือโปร ผมมองว่ารถยนต์ที่ออกมาแข่งขันเป็นลักษณะรถแข่งผสมกับรถยนต์ที่ซิ่งบนถนนมาเป็นส่วนหนึ่ง แต่ละคันก็มีความแปลกแหวกแนวสไตล์วัยรุ่นให้เห็นอยู่เปรียบเสมือนกับเจ้าถนนด้านสว่างและมีความเท่ห์อยู่นิดๆ



ในแต่ละงานแข่งขันรถจะมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นทำลายสถิติเพื่อลุ้นรางวัล ไม่ว่าจะเป็นเงินก้อนหนึ่ง, ของอัพเกรด เป็นต้น ในแต่ละฉากก็มีการปลดล๊อครถยนต์จาก Car Lot แต่รถยนต์ส่วนมากสามารถพบเห็นได้จากภาคก่อนๆทั้งสิ้น มีน้อยคันที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ถ้ามองในข้อดี รถยนต์แต่ละคันได้บ่งบอกความสามารถต่างๆด้านความเร็ว,การขับเคลื่อนและการออกตัวรถในระยะความเร็วเป็นวินาทีอย่างละเอียดลออและดูเป็นทางการดี ที่น่าสนใจคือตอนที่ชนรถคันอื่นๆหรือชนขอบ ผู้เล่นต้องเสียเงินกับการซ่อมรถด้วย ทั้งนี้สามารถปล่อยให้จนใกล้พังและค่อยซ่อมทีเดียวได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น เห็นได้ชัดเลยว่ามีการเพิ่มความสมจริงและให้ความสำคัญแก่รถยนต์ที่แต่งมาและความเสียหายมากขึ้น ในเวลาลงสนามจริงและถ้าเล่นไปนานๆ ทำให้รู้สึกน่าเบื่อในช่วงแรกๆ เพราะไม่มีความท้าทาย เกือบทุกๆครั้งที่ผู้เล่นเข้าเส้นชัยที่ 1 อยู่ตลอด พอมาถึงช่วงกลางของเกม การแข่งขันกลับดุเดือดขึ้นมานิดๆ แต่ก็ยังน่าเบื่อเหมือนเดิม โหมดการเล่นยังเดิมๆไม่มีความตื่นเต้น ยิ่งในการแข่งขันกับเจ้าถิ่นก็ไม่มีความตื่นเต้นราวกับเป็นนักแข่งมือสมัครเล่นไปโดยปริยาย ส่วนสนามแข่งที่ถูกออกแบบมามีความหลากหลายและท้าทาย แต่พอมาใช้จริงกลับมีแต่ความเดิมๆซ่อนอยู่ มีเพียงวิดีโอแนะนำตัวของเจ้าถิ่นที่ออกแบบได้เจ๋งเท่านั้น โดยภาพรวมเป็นการแข่งขันที่อยู่ในกรอบสนามที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่อะไรใดๆ ภายในมีแต่ความซ้ำๆซากๆ



กราฟิกภายในเกมมีการพัฒนาขึ้นมาให้สมจริง และมีการเล่นระบบแสงและเงาให้แก่สภาพแวดล้อมและรายละเอียดภายในเกม เปิดโอกาสให้ผู้เล่นปรับแต่งกราฟิกเกมได้ตามสะดวกและมีตัวเลือกให้เลือกเป็นจำนวนมา แต่เสียงผู้ประกาศที่ตะโกนโหวกเหวกก็สร้างความน่ารำคาญอยู่ตลอดเวลาและย้ำชื่อตัวละครมาหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าประเด็นหลักของภาคนี้คือเป็นการแข่งขันแบบสนามมักมีผู้ประกาศคอยรายงานสภานการณ์ก็ตาม เสียงดนตรีจากเกมมีความน่าสนใจและประเภทของเพลงเน้นเพลง Rock หนักๆสไตล์วัยรุ่น ที่เห็นเลยคือ ภาคนี้เน้นระบบออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนพิมพ์เขียวของรถยนต์, ระบบกระดานผู้นำผ่านทางออนไลน์ และระบบมัลติเพลเยอร์ที่เสถียรมากขึ้น



ในมุมมองของผมๆคิดว่า Need for Speed ภาคก่อนๆมีจุดเด่นในเรื่องการแข่งรถด้วยความเร็วในยามค่ำคืนผสมไนโตรเพิ่มความเสน่ห์ให้แก่รถยนต์มากขึ้น และยิ่งใส่เนื้อหาเรื่องผู้ผดุงความยุติธรรมเข้ามา ทำให้เนื้อหาเกมสนุกมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะออกคำเตือนการเล่นก็ตาม ถ้าสังเกตดีๆเกมนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ได้มาจากภาพยนตร์แข่งรถชื่อดังเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว แต่ภาค ProStreet เป็นอีกกลับทำเนื้อเรื่องที่สร้างเอาไว้มาหลายปีกลับดิ่งหวบ และหักมุมในชนิดที่โดนตบหน้า จุดเด่นเรื่องความเร็วบนท้องถนนกลับไม่มีให้เห็นแล้ว มีเพียงสนุกสนามบนสนามที่อยู่ในกรอบ ขณะที่ภาคก่อนๆอย่าง Carbon หรือ Most Wanted กลับน่าสนใจมากกว่า เรื่องการทำผิดกฏหมาย,ท้าทายอำนาจรัฐได้จางหายไปทั้งสิ้น และเริ่มมีหัวการค้าโดยนำผลิตภัณฑ์ชื่อดังมาโปรโมตลงในเกมมากขึ้น จนทำให้ผมมองว่า Need for Speed ProStreet ได้เแปรรูปมาเป็นเกม Gran Turismo ในเวอร์ชั่น PC ไปเสียแล้ว ! นับว่ามีความแปลกใหม่สำหรับผู้เล่นใหม่ที่อยากมาสัมผัส แต่สำหรับฐานผู้เล่นเก่ารู้สึกผิดหวังกับภาคนี้เป็นอย่างมาก






Remark: 1 Player / 1 DVD


Play Time: 16 Hours
Sanook Rating: 6.2/10
Byline: nutn


คลิกเยี่ยมชมบ้านส่วนตัวของ "nutn" คลิกที่นี่

Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): เกมส์ เกม NEED FOR SPEED PRO STREET
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง